ช่วงนี้สถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย ทำให้หลายๆ บริษัทเริ่มหันมาให้พนักงานทำงานที่บ้านกันแล้ว (Work from home) ซึ่งแนวทางการทำงานที่บ้านในแต่ละบริษัทก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับตัวธุรกิจนั้นๆ ว่าเอื้อให้สามารถทำงานได้ที่บ้านได้ไหม

แต่ผมจะมาแชร์แนวทางของบริษัท ทวิน ซินเนอร์จี้ ของพวกเราซึ่งเป็นบริษัทซอฟแวร์ เฮ้าส์ (Software house) และด้วยอาชีพ Software developer สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ขอให้มีอินเตอร์เน็ตก็พอ ทำให้พอเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ พนักงานฝั่งทีมพัฒนาเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรในการทำงานที่บ้าน

กฎระเบียบข้อบังคับ

เพื่อให้การทำงานที่บ้านเกิดประโยชน์สูงสุด บริษัทผมได้มีกฎระเบียบ และข้อบังคับมาเพิ่มสำหรับเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ได้แก่

  1. เวลาทำงานยังเป็นแบบเดิมคือ 9:00 - 17:30 สำหรับตำแหน่งอื่น ส่วน Developer จะไม่มีเวลาเข้า และออกงานอยู่แล้ว
  2. ทุกคนต้อง Video call ประชุมทีมทุกวัน โดยนัดหมายเวลาตามสะดวกของแต่ละทีม หรือแต่ละตำแหน่งงาน เช่น Developer ทีมเอประชุมกัน 10:00, Developer ทีมบีประชุมกัน 10:30, ทีม Designer ประชุม 11:00 เป็นต้น
    จะเหมือนการทำ Scrum daily โดยหัวข้อที่คุยก็คือ เมื่อวานทำอะไร, วันนี้ทำอะไร และติดปัญหาอะไร ฉะนั้นการประชุมแบบนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที โดยทีม Developer ทำแบบนี้กันปกติอยู่แล้วก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ตำแหน่งอื่นๆ อาจจะมีความรู้สึกแปลกๆ บ้าง ฮาๆ
  3. ในการประชุมทุกครั้งจะมี CTO ร่วมด้วยเพื่อเป็นผู้รับฟัง และจะได้เห็นหน้าน้องๆ ในทีมด้วย เพื่อคิดถึง >.<
  4. ให้ทุกคนมาออฟฟิศในวันจันทร์ และศุกร์ โดยมาถึง 11:00 จากนั้นประชุมและนั่งทำงานตามปกติ ส่วนเวลากลับจะให้กลับประมาณ 16:00 การที่เลือก 11:00 และ 16:00 เพื่อหนีรถติด และหนีการเจอคนหมู่มาก
  5. ในช่วงเวลางานทุกคนต้องสามารถติดต่อได้ ไม่ว่าจะด้วยทางโทรศัพท์, Line หรือ Discord
  6. ห้ามไปทำงานที่ไหน นอกจากบ้านของตัวเอง หรือบ้านของเพื่อนร่วมงาน เพราะถ้าไปทำงานในสถานที่ที่คนเยอะเช่น ร้านกาแฟ หรือ co-working space ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้

ข้อเสียของการทำงานที่บ้าน (Word from home)

หลังจากได้เริ่มทำงานที่บ้านมาตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2562 จนถึง ณ.เวลาที่เขียนบล็อกนี้ก็ประมาณ 5 วันแล้ว ผมก็ได้ยินน้องๆ หลายคนบ่นเรื่องข้อเสียเหมือนกัน เลยอยากเขียนให้อ่านกันว่ามีอะไรบ้าง ส่วนข้อดีผมไม่ขออธิบายนะ ผมว่าทุกคนน่าจะรู้กันอยู่

  1. อาการร้อน - เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้ตัวอาทิตย์มากที่สุด (ล้อเล่น) เลยทำให้อากาศร้อนมากกกกกกกก (กอไก่ล้านตัว) การทำงานที่บ้านถ้าไม่เปิดแอร์ จะร้อนสุดๆ ถ้ามีพัดลมก็ช่วยได้นิดหน่อย
  2. เปลืองไฟขึ้น - แน่นอนอากาศร้อนสำหรับคนเปิดแอร์ทำงาน ค่าไฟก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ฮาๆ
  3. ค่าอาหารเพิ่มขึ้น - ปกติออฟฟิศพวกเราจะมีอาหารกลางวันให้พนักงานกิน 4 วัน และอีกวันคือไปหากินกันเอง พอมาทำงานอยู่บ้านก็ต้องหากินเองทุกวัน และมีน้องในทีมคนหนึ่งคือ สั่ง Food delivery ตลอด มันบ่นเลยค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ฮาๆ
  4. เจอการรบกวนเยอะ - ถ้าแม่ใครเห็นลูกตัวเองอยู่บ้านเมื่อไร ต้องโดนเรียกใช้ทำนั้น ทำนี่ตลอด หรือเรียกให้ไปไหนเป็นเพื่อน น้องๆ ในทีมบ้างคนจึงต้องมีการคุยกับแม่แบบจริงจังว่า ทำงานที่บ้านนะ อย่ากวนบ่อย ฮาๆ
  5. เหงา - แน่ละอยู่ออฟฟิศมีคนมาก สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ พอมาอยู่บ้านเหงาเลย ไม่มีคนคุยด้วย
  6. อุปกรณ์ไม่พร้อม - บ้างคนอาจจะไม่มีคอมพิวเตอร์ไว้ทำงาน บริษัทเราก็เลยให้สามาถนำคอมกลับบ้านได้ และในอนาคตอันใกล้กำลังดูเรื่องของการเช่าคอมพิวเตอร์เพื่อมาให้พนังงานทำงานที่บ้านได้ชั่วคราว

เครื่องมือที่ใช้ทำงานอยู่บ้าน

บริษัทผมได้ใช้เครื่องมือ หรือแอพพลิเคชั่นในการทำงานอยู่บ้านดังนี้

  1. Discord - เป็นแอพพลิเคชั่นที่ไว้สนทนาด้วยเสียง หรือการพิมพ์ข้อความได้ มันสามารถสร้างกลุ่มแบบเปิด หรือแบบปิดเพื่อแยกกลุ่มเฉพาะออกมาคุยได้ และมันสามารถสร้างห้องเสียงแบบเปิด คือทุกคนเมื่อเข้ามาในห้องนี้จะสามารถใช้ไมค์คุยเพื่อให้คนที่อยู่ในห้องนี้ได้ยิน มันให้อารมณ์เหมือนเราอยู่ในห้องเดียวกัน แล้วคุยกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า
  2. Google Hangout - เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับ Video call ผมเอาไว้ใช้คุยกับลูกค้า และคุยกับคนในทีม เพราะทุกคนมี Gmail กันอยู่แล้ว จึงสะดวกมาก
  3. Gitlab - สำหรับนักพัฒนาไว้เก็บ Source code และทำระบบ CI/CD และยังเป็น Task management ซึ่งวิธีใช้งาน Gitlab ผมได้เขียนไว้แล้ว
  4. Google drive - ไว้เก็บไฟล์เอกสารต่างๆ และแชร์ให้ทุกคนในทีมได้

สถานการณ์ช่วงนี้ถือเป็นการสถานการณ์ที่แย่ในหลายๆ บริษัท แต่ต้องอย่าลืมว่าในทุกปัญหายอมมีโอกาสเสมอ โอกาสแบบนี้ทำให้บริษัทหลายๆ บริษัทต้องปรับตัวและหันมาเริ่มศึกษา Work from home กันอย่างจริงจัง ซึ่งผมมองว่ายังไงซะไม่วันใด ก็วันหนึ่งมันต้องเกิดขึ้นจริงแบบ 100% แน่นอน ก็ขอให้ทุกบริษัท หรือทุกคนใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาทักษะการทำงานจาก offline ไปเป็น online กันให้ได้

สุดท้ายต่อให้เครื่องมือเทพขนาดไหน สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ Work from home ประสบความสำเร็จได้ก็คือ ตัวพนักงานเองต้องมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง