แชร์แนวทางและเครื่องมือการทำงาน Work from home

Life style Mar 20, 2020

ช่วงนี้สถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย ทำให้หลายๆ บริษัทเริ่มหันมาให้พนักงานทำงานที่บ้านกันแล้ว (Work from home) ซึ่งแนวทางการทำงานที่บ้านในแต่ละบริษัทก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับตัวธุรกิจนั้นๆ ว่าเอื้อให้สามารถทำงานได้ที่บ้านได้ไหม

แต่ผมจะมาแชร์แนวทางของบริษัท ทวิน ซินเนอร์จี้ ของพวกเราซึ่งเป็นบริษัทซอฟแวร์ เฮ้าส์ (Software house) และด้วยอาชีพ Software developer สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ขอให้มีอินเตอร์เน็ตก็พอ ทำให้พอเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ พนักงานฝั่งทีมพัฒนาเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรในการทำงานที่บ้าน

กฎระเบียบข้อบังคับ

เพื่อให้การทำงานที่บ้านเกิดประโยชน์สูงสุด บริษัทผมได้มีกฎระเบียบ และข้อบังคับมาเพิ่มสำหรับเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ได้แก่

  1. เวลาทำงานยังเป็นแบบเดิมคือ 9:00 - 17:30 สำหรับตำแหน่งอื่น ส่วน Developer จะไม่มีเวลาเข้า และออกงานอยู่แล้ว
  2. ทุกคนต้อง Video call ประชุมทีมทุกวัน โดยนัดหมายเวลาตามสะดวกของแต่ละทีม หรือแต่ละตำแหน่งงาน เช่น Developer ทีมเอประชุมกัน 10:00, Developer ทีมบีประชุมกัน 10:30, ทีม Designer ประชุม 11:00 เป็นต้น
    จะเหมือนการทำ Scrum daily โดยหัวข้อที่คุยก็คือ เมื่อวานทำอะไร, วันนี้ทำอะไร และติดปัญหาอะไร ฉะนั้นการประชุมแบบนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที โดยทีม Developer ทำแบบนี้กันปกติอยู่แล้วก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ตำแหน่งอื่นๆ อาจจะมีความรู้สึกแปลกๆ บ้าง ฮาๆ
  3. ในการประชุมทุกครั้งจะมี CTO ร่วมด้วยเพื่อเป็นผู้รับฟัง และจะได้เห็นหน้าน้องๆ ในทีมด้วย เพื่อคิดถึง >.<
  4. ให้ทุกคนมาออฟฟิศในวันจันทร์ และศุกร์ โดยมาถึง 11:00 จากนั้นประชุมและนั่งทำงานตามปกติ ส่วนเวลากลับจะให้กลับประมาณ 16:00 การที่เลือก 11:00 และ 16:00 เพื่อหนีรถติด และหนีการเจอคนหมู่มาก
  5. ในช่วงเวลางานทุกคนต้องสามารถติดต่อได้ ไม่ว่าจะด้วยทางโทรศัพท์, Line หรือ Discord
  6. ห้ามไปทำงานที่ไหน นอกจากบ้านของตัวเอง หรือบ้านของเพื่อนร่วมงาน เพราะถ้าไปทำงานในสถานที่ที่คนเยอะเช่น ร้านกาแฟ หรือ co-working space ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้

ข้อเสียของการทำงานที่บ้าน (Word from home)

หลังจากได้เริ่มทำงานที่บ้านมาตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2562 จนถึง ณ.เวลาที่เขียนบล็อกนี้ก็ประมาณ 5 วันแล้ว ผมก็ได้ยินน้องๆ หลายคนบ่นเรื่องข้อเสียเหมือนกัน เลยอยากเขียนให้อ่านกันว่ามีอะไรบ้าง ส่วนข้อดีผมไม่ขออธิบายนะ ผมว่าทุกคนน่าจะรู้กันอยู่

  1. อาการร้อน - เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้ตัวอาทิตย์มากที่สุด (ล้อเล่น) เลยทำให้อากาศร้อนมากกกกกกกก (กอไก่ล้านตัว) การทำงานที่บ้านถ้าไม่เปิดแอร์ จะร้อนสุดๆ ถ้ามีพัดลมก็ช่วยได้นิดหน่อย
  2. เปลืองไฟขึ้น - แน่นอนอากาศร้อนสำหรับคนเปิดแอร์ทำงาน ค่าไฟก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ฮาๆ
  3. ค่าอาหารเพิ่มขึ้น - ปกติออฟฟิศพวกเราจะมีอาหารกลางวันให้พนักงานกิน 4 วัน และอีกวันคือไปหากินกันเอง พอมาทำงานอยู่บ้านก็ต้องหากินเองทุกวัน และมีน้องในทีมคนหนึ่งคือ สั่ง Food delivery ตลอด มันบ่นเลยค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ฮาๆ
  4. เจอการรบกวนเยอะ - ถ้าแม่ใครเห็นลูกตัวเองอยู่บ้านเมื่อไร ต้องโดนเรียกใช้ทำนั้น ทำนี่ตลอด หรือเรียกให้ไปไหนเป็นเพื่อน น้องๆ ในทีมบ้างคนจึงต้องมีการคุยกับแม่แบบจริงจังว่า ทำงานที่บ้านนะ อย่ากวนบ่อย ฮาๆ
  5. เหงา - แน่ละอยู่ออฟฟิศมีคนมาก สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ พอมาอยู่บ้านเหงาเลย ไม่มีคนคุยด้วย
  6. อุปกรณ์ไม่พร้อม - บ้างคนอาจจะไม่มีคอมพิวเตอร์ไว้ทำงาน บริษัทเราก็เลยให้สามาถนำคอมกลับบ้านได้ และในอนาคตอันใกล้กำลังดูเรื่องของการเช่าคอมพิวเตอร์เพื่อมาให้พนังงานทำงานที่บ้านได้ชั่วคราว

เครื่องมือที่ใช้ทำงานอยู่บ้าน

บริษัทผมได้ใช้เครื่องมือ หรือแอพพลิเคชั่นในการทำงานอยู่บ้านดังนี้

  1. Discord - เป็นแอพพลิเคชั่นที่ไว้สนทนาด้วยเสียง หรือการพิมพ์ข้อความได้ มันสามารถสร้างกลุ่มแบบเปิด หรือแบบปิดเพื่อแยกกลุ่มเฉพาะออกมาคุยได้ และมันสามารถสร้างห้องเสียงแบบเปิด คือทุกคนเมื่อเข้ามาในห้องนี้จะสามารถใช้ไมค์คุยเพื่อให้คนที่อยู่ในห้องนี้ได้ยิน มันให้อารมณ์เหมือนเราอยู่ในห้องเดียวกัน แล้วคุยกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า
  2. Google Hangout - เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับ Video call ผมเอาไว้ใช้คุยกับลูกค้า และคุยกับคนในทีม เพราะทุกคนมี Gmail กันอยู่แล้ว จึงสะดวกมาก
  3. Gitlab - สำหรับนักพัฒนาไว้เก็บ Source code และทำระบบ CI/CD และยังเป็น Task management ซึ่งวิธีใช้งาน Gitlab ผมได้เขียนไว้แล้ว
  4. Google drive - ไว้เก็บไฟล์เอกสารต่างๆ และแชร์ให้ทุกคนในทีมได้

สถานการณ์ช่วงนี้ถือเป็นการสถานการณ์ที่แย่ในหลายๆ บริษัท แต่ต้องอย่าลืมว่าในทุกปัญหายอมมีโอกาสเสมอ โอกาสแบบนี้ทำให้บริษัทหลายๆ บริษัทต้องปรับตัวและหันมาเริ่มศึกษา Work from home กันอย่างจริงจัง ซึ่งผมมองว่ายังไงซะไม่วันใด ก็วันหนึ่งมันต้องเกิดขึ้นจริงแบบ 100% แน่นอน ก็ขอให้ทุกบริษัท หรือทุกคนใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาทักษะการทำงานจาก offline ไปเป็น online กันให้ได้

สุดท้ายต่อให้เครื่องมือเทพขนาดไหน สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ Work from home ประสบความสำเร็จได้ก็คือ ตัวพนักงานเองต้องมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง

Arnon Kijlerdphon

IT manager & DevOps @Twin Synergy Co.,Ltd

Great! You've successfully subscribed.
Great! Next, complete checkout for full access.
Welcome back! You've successfully signed in.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.